คลังเก็บป้ายกำกับ: ภูมิภาค

รวบแก๊ง “หลวงปู่เณรโต” สร้างวัตถุมงคลหาเงินเข้ากระเป๋า

กองปราบ รวบแก๊ง”หลวงปู่เณรโต” อ้างอุตริมีญาณทิพย์หยั่งรู้อนาคต จัดสร้างวัตถุมงคลหาเงินเข้ากระเป๋า

(19 พ.ย.) ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม พระถนอมแสง หรือ หลวงปู่เณรโต อายุ 27 ปี ชาว จ.นครราชสีมา นางนวรัตน์ อายุ 70 ปี ชาว กทม. และ นายนดล หรือ ใหญ่ อายุ 53 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ลงวันที่ 17 พ.ย. 2560 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยจับกุม พระถนอมแสง ได้ที่กุฏิพระภายในวัดเลียบราษฎร์บำรุง ย่านบางซื่อ

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อ 2-3 ปี ก่อน พระถนอมแสง สมสวย หรือ หลวงปู่เณรโต ซึ่งขณะนั้นเป็นพระลูกวัดอยู่ที่ วัดบ้านบัวน้อย อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้มีพฤติการณ์อวดอ้างอุตริว่ามีญาณทิพย์หยั่งรู้เรื่องราวในอนาคตได้ ก่อนจะร่วมกับพวกอีก 2 คน คือนางนวรัตน์ แม่บุญธรรม ซึ่งอ้างว่าเป็นร่างทรงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลอกลวงฉ้อโกงประชาชนโดยการจัดสร้างพระประทานสมเด็จพระเจ้าตากสิน และเหรียญหลวงปู่เณรโต สิริวัณโณ รุ่นที่ 1 ปล่อยให้ชาวบ้านเช่าบูชา ในราคาองค์ละ 2,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นการหารายได้เข้าบูรณปฏิสังขรณ์อาคารต่างๆ ภายในวัด ต่อมาชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ทราบว่าหลวงปู่เณรโต นำเงินรายได้จากการจัดสร้างวัตถุมงคล ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว จึงแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ กระทั่งมีการออกหมายจับ

จากการสอบสวน นายถนอมแสง หรือ อดีตพระหลวงปู่เณรโต ได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เคยรอวดอุตริ อ้างว่ามีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ

พิจิตรน้ำยังท่วมสูง นำศพแม่เฒ่าลงเรือไปวัดอย่างทุลักทุเล

พิจิตรน้ำยังท่วมสูง ชาวบ้านต้องนำศพแม่เฒ่าวัย 86 ปี เพื่อเคลื่อนศพจากบ้านไปวัดที่อยู่ห่างกว่า 1 กิโลเมตร อุ้มศพลุยน้ำบริเวณลานวัดที่น้ำยังท่วมสูง

(2 พ.ย.) สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงมีน้ำท่วมสูงโดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำยม ส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมโดยเฉพาะเมื่อมีผู้เสียชีวิต บรรดาญาติของ คุณยายชื้น คุณยายวัย 86 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคชราออกจากบ้านตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ซึ่งถูกน้ำจากแม่น้ำยมเข้าท่วม เพื่อประกอบพิธีตามศาสนา

โดยการเคลื่อนศพเป็นไปด้วยความยากลำบากต้องใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะในการเคลื่อนศพ และบรรดาญาติต้องใช้เรือหางยาวในการเดินทางเพื่อไปวัดย่านยาวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อประกอบพิธี โดยต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่า 30 นาทีเมื่อเดินทางมาถึงวัด ชาวบ้านต้องอุ้มศพขึ้นจากเรือ ลุยน้ำบริเวณลานวัดที่ยังคงถูกน้ำท่วมเช่นกันเพื่อนำศพไปประกอบพิธีที่ศาลาธรรมสังเวชของวัด

จากคำบอกเล่าของ นางแสงเดือน เสือเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 กล่าวว่า คุณยายวัย 86 ปี ไม่มีครอบครัวอาศัยอยู่กับหลานชาย คุณยายจะเป็นคนชอบทำบุญถือศีล เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 01.00 น.คุณยายเสียชีวิตด้วยอาการสงบ ญาติๆจึงนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยการนำศพและญาติไปวัดต้องใช้เรือเป็นพาหนะเนื่องจากขณะนี้น้ำยังคงท่วมสูง

สำหรับการเคลื่อนศพจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมเพื่อมาประกอบพิธีที่วัด นับเป็นความลำบากของประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งแตกต่างจากปกติที่ประชาชนจะนิยมประกอบพิธีศพของผู้เสียชีวิตที่บ้านของผู้เสียชีวิต และจะนำมาวัดในวันประกอบพิธีฌาปนกิจ แต่จากน้ำท่วม ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี เนื่องจากผู้ที่มาร่วมงานเดินทางไม่สะดวกจึงเลือกที่จะใช้ศาลาธรรมสังเวชของวัด เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีแทน

ฝากขังแล้ว มือยิงสาวการไฟฟ้า เปลี่ยนที่นอนจากคุกเป็นรพ.จิตเวช

ฝากขังแล้ว มือปืนยิงสาวการไฟฟ้า แต่ต้องเปลี่ยนที่นอนจากคุกเป็นรพ.จิตเวช เนื่องจากมีอาการซึมเศร้า ต้องรอแพทย์วินิจฉัย

(22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายกฤษ หรือ ติ๊ก อายุ 32 ปี ยิง นางสาวภัศนันท์ อายุ 34 ปี พนักงานช่างระดับ 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชัยนาท ดับคาลานจอดรถ เข้ามอบตัวที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นครสวรรค์ และถูกส่งตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองชัยนาท พื้นที่เกิดเหตุ แต่ สภาพจิตใจของ นายกฤษ ไม่พร้อมให้การ จึงต้องนำตัวไปยังโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบ แต่ก็ต้องทำการส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลจิตเวช นครสวรรค์ เนื่องจากมีแพทย์เฉพาะทางที่สามารถ วินิจฉัยและตรวจสอบอย่างละเอียดได้ เนื่องจาก นายกฤษ มีอาการซึมเศร้า ไม่พูดไม่จา เครียด วิตกกังวล จึงไม่สามารถให้การได้ ต้องรอคำตอบ จากแพทย์เจ้าของไข้เสียก่อน จึงจะสามารถให้การได้

พ.ต.ท. ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ รองผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท ผู้ควบคุมสำนวนคดี เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้สรุปสำนวนคดี การสอบพยาน หลักฐาน ต่างๆ นำส่งศาลจังหวัดชัยนาท พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนเรื่องการจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ว่าจะทำอย่างไร หากไม่ให้ประกันตัวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ที่ไปเฝ้านายกฤษ ไว้จะถอนกำลังออก เพื่อให้ทาง สภ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ รับช่วงต่อ เพราะ รพ.จิตเวชฯ นั้นอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสภ.พยุหะคีรี หากทางแพทย์ยังลงความเห็นว่ายังไม่สามารถให้การได้ ก็ยังต้องอยู่โรงพยาบาลก่อน แต่ก็สามารถอยู่ได้แค่ 84 วัน เท่านั้น ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม

ลูกสาวคาใจ พ่อนอนห้อง CCU สายออกซิเจนหลุดจนเสียชีวิต

ลูกสาวคาใจ พยาบาลเวร รพ.ดังเมืองคอน ปล่อยให้สายออกซิเจนพ่อหลุด เสียชีวิตคาห้อง CCU

(9 ต.ค.) น.ส.เกศสุดา อายุ 42 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง เปิดเผยข้อข้องใจในการเสียชีวิตของ นายสมหมาย อายุ 74 ปี บิดาของตนผ่านสื่อ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ในการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลระดับจังหวัด โดยพยาบาลเวรแจ้งกับตนว่าพ่อตนอาการทรุดและเสียชีวิต เนื่องจากคุณพ่อเอามือปัดสายออกซิเจนออก จึงเป็นที่คาใจว่าในห้องซีซียู ที่มีพยาบาลเวรเฝ้าแล้วปล่อยให้คนไข้ปัดสายออกซิเจนออกได้ แล้วทำไม่ไม่ใส่กลับ

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากพ่อมีอาการหายใจติดขัด ไข้ขึ้น เนื่องจากมีแมลงมุมกัดที่ขา จึงนำส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ และแพทย์ได้ให้ออกซิเจนเพื่อนำตัวส่งต่อ เวลา 06.00 ได้เข้าห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นได้ส่งตัวไปห้องพักคนไข้เพื่อรอดูอาการ มีญาติเข้าไปเยี่ยมคุณพ่อก็ยังตอบสนองดีสอบถามอะไรก็รับรู้ได้ตลอด ต่อมาเวลา 16.00 น.อาการยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากหัวใจผิดปกติ จึงได้ถูกส่งตัวเข้าห้องซีซียู เพื่อรอฉีดสีตรวจสอบเส้นเลือดหัวใจ เวลา 20.00 น.หมดเวลาเยี่ยมคนไข้ตนและญาติจึงต้องออกมารอด้านนอกห้องซีซียูที่มีพยาบาลเวรดูแล

ต่อมาเวลา 07.00 น.วันที่ 5 ต.ค. ตนได้เข้าเยี่ยมคุณพ่อแต่พบว่าอาการทรุดหนักไม่ตอบสนองแล้ว จึงได้สอบถามพยาบาลเวรว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทราบว่าคุณพ่อเอามือปัดสายออกซิเจนหลุด ตนจึงถามว่าแล้วทำไมไม่ผูกมือพ่อไว้กับเตียง เพราะคนไข้ในห้องนี้ห้ามญาติเข้ามาดูแล แต่พยาบาลปล่อยให้คนไข้ปัดสายออกซิเจนหลุดได้อย่างไร

หลังจากนั้นพ่อตนก็อาการทรุดลง และมาเสียชีวิตลงในเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ต.ค. 2560 ทั้งๆที่คุณพ่อไม่ได้มีโรคประจำตัว และตนกับคนในครอบครัวได้สูญเสียเสาหลักไปอย่างไม่มีวันกลับ ตนต้องรับภาระเลี้ยงดูแม่ที่ป่วย และน้องสาวที่พิการ ตนไม่อยากออกมาเรียกร้องใดๆ เพียงแต่ขอให้พ่อของตนเป็นคนสุดท้าย ทั้งที่มีพยาบาลเวรเป็นผู้รับผิดชอบดูแลชีวิตคนไข้ในเวลานั้นแต่ปล่อยให้พ่อทำสายออกซิเจนหลุดแล้วไม่ได้ไปดูแล จนทำให้อาการทรุด และเสียชีวิตลง

ในเวลาต่อมา นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ในเบื้องต้นได้รับรายงานแล้ว แต่ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้แน่ชัดก่อน แล้วจะมีการแถลงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นการปัดสายออกซิเจนของคนไข้นั้น ไม่สามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ส่วนสาเหตุในการเสียชีวิตตามวิชาการแพทย์ต้องรอสรุปผลในการรักษา และผลชันสูตรออกมาอีกที ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

สะเทือนใจ เจ้าของตัดใจขายวัวรักษาพ่อ สุดท้ายรอดโรงเชือดหวุดหวิด

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดประทับใจของสาวใหญ่ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ตัดสินใจขายวัวแสนรักเพื่อนำเงินรักษาพ่อที่ป่วยหนัก โชคดีมีผู้ใจบุญสงสารขอไถ่ชีวิตก่อนถูกส่งเข้าโรงเชือด

(8 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเรื่องราวสุดแสนประทับใจของ “เจ้าลุย” วัวเพศผู้สีน้ำตาลแดง อายุประมาณ 1 ปี น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม เป็นวัวที่ นางมลิดา อายุ 51 ปี ชาวอ.พุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เลี้ยงดูตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่ ซึ่งนางมลิดารักเจ้าลุยมากถึงขนาดซื้อนมมาชงให้กิน ดูแลเหมือน ลูก แต่พอมาถึงวันนี้เจ้าลุยมีอายุเกือบ 1 ปีเต็ม พ่อนางมลิดา เกิดป่วยหนักต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ นางมลิดา จำเป็นต้องใช้เงินมารักษาพ่อ จึงตัดสินใจประกาศขายเจ้าลุยที่ตัวเองรักและผูกพัน เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพ่อ

ไม่กี่วันผ่านไปมีเจ้าของโรงเชือดทราบข่าวได้ติดต่อขอซื้อเจ้าลุยในราคา 24,000 บาท ซึ่งนางมลิดา ก็ตกลงจะขาย แต่ขณะเดียวกันก็ได้เพื่อนของนางมลิดา ซึ่งทราบข่าวก็ได้ร่วมกับเพื่อนๆอีกหลายคน ช่วยกันออกเงินเพื่อขอไถ่ชีวิตเจ้าลุยในทันที โดยเสนอให้เจ้าของโรงเชือดในราคา 28,000 บาท สร้างความดีใจให้กับนางมลิดา เป็นอย่างมากที่มีผู้ใจบุญมาขอไถ่ชีวิต ก่อนจะถูกส่งเข้าโรงเชือด

ด้านทันตแพทย์หญิงนันทิยา รัมณีย์รัตนากุล ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลนางรอง เพื่อนสมัยเรียนชั้นประถมของนางมลิดา ที่ร่วมกับเพื่อนๆ มาขอไถ่ชีวิตเจ้าลุย บอกว่า หลังทราบข่าวว่านางมลิดา ประกาศขายเจ้าลุยให้กับเจ้าของโรงเชือด แต่ทราบว่านางมลิดา รักและผูกพันกับวัวตัวนี้มาก จึงได้บอกบุญไปยังเพื่อนๆ เพื่อรวบรวมเงินไปขอไถ่ชีวิตเจ้าลุย ในราคา 28,000 บาท

และหลังจากขอไถ่ชีวิตเจ้าลุยแล้ว ก็ได้นำเจ้าลุย ไปถวายให้กับทางพุทธอุทยานเขาคอก หรือวัดเขาคอก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทางวัดก็ยินดีที่จะดูแลเจ้าลุยเป็นอย่างดี เพราะทางวัดเองก็ได้จัดโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือเป็นประจำอยู่แล้ว โดยนางมลิดานั้นยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นวัวแสนรักรอดชีวิต

จากเรื่องราวดังกล่าวก็สร้างความประทับใจให้กับหลายคนทั้งชื่นชมผู้ใจบุญ ที่ขอไถ่ชีวิตวัวตัวดังกล่าวจะได้ไม่ถูกนำไปชำแหละ พร้อมทั้งให้กำลังใจนางมลิดา เจ้าของวัวที่ต้องจำใจขายเจ้าลุย เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายรักษาพ่อ

บิ๊กไบค์ไล่ตามกลางดึก นศ.สาวบิดหนีสุดชีวิต เสียหลักล้มเจ็บสาหัส

บิ๊กไบค์ขับตามประกบนักศึกษาสาวกลางดึก เจ้าตัวบิดหนีสุดชีวิตก่อนเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บสาหัส พ่อวอนตำรวจเร่งไล่ล่า หวั่นไปก่อเหตุไม่ดีกับคนอื่นอีก

(3 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของ จ.ขอนแก่น เกิดอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บอากาสาหัส หลังพยายามขับรถหลบหนีการถูกตามประกบจากผู้ไม่หวังดี โดยขณะนี้เข้ารับการรักษาอยู่ที่ อาคารศัลยกรรมกระดูกและข้อ รพ.ศูนย์ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับพบกับ นายศุภโชติ อายุ 52 ปี ที่กำลังคอยดูอาการของ น.ส.ณัฐริกา อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศรีปทุมขอนแก่น โดยจากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ณัฐริกา ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ตามตัวหลายแห่ง แขนซ้ายหัก จมูกแตก ปากแตก กรามหัก ตาสองข้างช้ำเลือด ขาขวาหัก

นายศุภโชติ กล่าวว่า ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเรื่องช่วงเวลาประมาณ 00.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเพื่อนบ้านผ่านไปพบเจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเห็นว่านามสกุลเดียวกัน จึงได้รีบออกไปดูจึงรู้ว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกสาวของตนเอง จึงได้รีบนำตัวส่ง รพ.ขอนแก่น เพื่อช่วยชีวิตและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ขณะที่จากการสอบถามลูกสาวทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ส่งเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน แล้วเสร็จ จึงได้ขับรถกลับบ้านพักใน โดยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ขณะนั้นมีผู้ชายขับขี่รถบิ๊กไบค์ สีฟ้า-เทา ไล่ตามประกบ โดยมารู้ตัวเมื่อขับรถขึ้นเส้นทางสายหลักสายเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ เยื้อง บ.เอสซีจี โซลูชั่น โดยพบว่าเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี รูปร่างสันทัด ไม่สวมหมวกกันน็อค

จังหวะนั้นคนขับรถบิ๊กไบค์ ได้ขับขี่รถเข้ามาประกบข้างจากทางด้านท้าย และตะโกนสั่งให้หยุดรถ ลูกสาวจึงได้จอดรถเนื่องจากคิดว่าเป็นเพื่อนที่ขับรถตามมาส่ง พร้อมทั้งสอบถามไปว่าพี่มีอะไรคะ แต่ชายคนดังกล่าวไม่พูดพร้อมกับเดินเข้ามาในลักษณะต้องสงสัยคล้ายกับจะเกิดเหตุการณ์การร้าย ลูกสาวเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ขับบิ๊กไบค์ไล่ตามประกบ จนกระทั่งเสียหลักล้มตกลงข้างทางได้รับบาดเจ็บสาหัส และชายคนที่ขับรถบิ๊กไบค์ตามประกบได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

นายศุภโชติ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นโชคดีที่ลูกสาวสวมหมวกกันน็อคจึงทำให้รอดชีวิตและศีรษะไม่เกิดการกระทบกระแทก และขณะนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะถ้าคนขี่บิ๊กไบค์ไม่ขี่รถไล่ตาม ลูกสาวคงไม่ประสบอุบัติเหตุ บาดเจ็บสาหัสเช่นนี้