คลังเก็บป้ายกำกับ: ข่าววันนี้

พนักงานเก็บขยะพบระเบิดแบบสังหารในซอยสุขสวัสดิ์ 28

พนักงานเก็บขยะเขตราษฎร์บูรณะ พบระเบิดแบบสังหาร ขณะกำลังบีบอัดขยะที่บริเวณท้ายรถ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 28 หน่วยอีโอดีเข้าตรวจสอบแล้ว คาดมีคนนำมาทิ้งเพื่อพ้นผิด

เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบภายในซอยสุขสวัสดิ์ 28 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร หลังรับแจ้งจาก นายจีรศักดิ์ อายุ 37 ปี พนักงานเก็บขยะเขตราษฎร์บูรณะว่าพบระเบิดอยู่ในสภาพสลักและกระเดื่องหลุดออก โดยเจ้าหน้าที่ได้กันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ประมาณ 200 เมตร

จากการตรวจสอบของหน่วยอีโอดี พบว่าเป็นระเบิดแบบสังหารชนิด MK2 อยู่ในสภาพพร้อมทำงานโดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ยางรถยนต์ครอบไว้เพื่อนป้องกันเหตุไม่คาดคิดแต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าระเบิดดังกล่าวมีการนำดินปืนและเชื้อปะทุออกแล้ว จึงเก็บส่วนประกอบที่เหลือมาตรวจสอบลายนิ้วมือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้ทำการสอบสวนพนักงานเก็บขยะ ที่พบระเบิด เบื้องต้นคาดว่ามีผู้นำมาทิ้งไว้เนื่องจากกลัวความผิดในการครอบครองวัตถุระเบิดจึงนำมาทิ้งเพื่อพ้นผิด ก่อนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกติดตามหาข่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามเจ้าของระเบิดรายนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คนป่วยมะเร็งนับหมื่น เข้าคิวรับสมุนไพรแน่นเมืองปราจีนบุรี

ผู้ป่วยมะเร็งและญาติจากทั่วสารทิศนับหมื่นคน เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อเป็นหลักฐานเดินทางไปรับสมุนไพรที่บ้านหมอแสง ส่งผลให้ที่พักในตัวอำเภอและใกล้เคียงเต็มหมด

วันนี้ (4 พ.ย.) ที่บริเวณลานจอดรถหน้า สภ.เมืองปราจีนบุรี พบว่า มีประชาชนจากทั่วสารทิศที่ป่วยเป็นมะเร็งแห่กันเดินทางไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริเวณลานจอดรถพื้นที่ลานจอดรถกว่า 10 ไร่ มีรถยนต์จอดเต็มพื้นที่ ส่วนผู้ที่เดินทางมาในช่วงสายต้องจอดรถยนต์ไว้ตามถนนเป็นทางยาว

จากการตรวจสอบพบว่า มีประชาชนเรือนหมื่นทั้งผู้ป่วยและญาติต้องรอเข้าคิวเพื่อลงบันทึกประจำวัน ในการนำหลักฐานเพื่อเดินทางไปที่บ้าน นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อลงทะเบียนรับสุมนไพรที่เชื่อว่าแก้โรคมะเร็งได้

โดย นายแสงชัย มีกำหนดให้ผู้ป่วยมะเร็งมารับยาสมุนไพรฟรี ทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน และในเดือนนี้ปรากฏว่ามีประชาชนที่ทราบข่าวจากสื่อมวลชนบางแห่งที่เผยแพร่ข่าวว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะระยะสุดท้ายกว่า 90% รับสมุนไพรไปทานแล้วมีอาการดีขึ้น บางรายไปตรวจที่โรงพยาบาลพบค่ามะเร็งเป็น 0 จึงทำให้มีประชาชนต้องการสมุนไพรจากหมอแสงเพิ่มมากขึ้น

และจากการที่มีประชาชนมาจำนวนมาก ทำให้ พ.ต.อ.ประสาน แก้วมหาสุริวงษ์ ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี ต้องระดมกำลังตำรวจหลายสิบนายมาช่วยลงบันทึกประจำวันให้กับประชาชนที่มาใช้บริการตลอดทั้งวัน

หลังจากผู้ป่วยพร้อมญาติได้ลงหลักฐานบันทึกประจำวันแล้ว ก็จะขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านหมอแสง เพื่อรอเข้าคิวตรวจสอบเอกสาร ประกอบด้วย ใบรับรองแพทย์ว่าป่วยเป็นมะเร็ง บันทึกประจำวันจาก สภ.เมืองปราจีนบุรี บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ทางกลุ่มเพื่อนหมอแสงจะตรวจสอบหลักฐานของผู้ประสงค์รับยาตั้งแต่เวลา 02.00 น. เป็นต้นไป พร้อมจ่ายสมุนไพรให้กับผู้ป่วย จากการที่มีประชาชนเดินทางมานับหมื่นส่งผลให้ที่พักในเขตพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี และอำเภอใกล้เคียงเต็มทุกที่ รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับบรรดาพ่อค้า แม่ค้า เป็นอย่างมากอีกด้วย

นางศิริกุล ชาว อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ป่วยมะเร็งที่รับสมุนไพรจากหมอแสงไปรับประทานแล้วมีอาการดีขึ้น กล่าวว่า ตนเองเป็นมะเร็งปอด หรือที่ต่อมไทมัส

“ผ่าตัดมาแล้วครึ่งหนึ่งก็เหลืออีกครึ่งหนึ่ง แต่ก็ผ่าตัดมาหลายครั้ง ด้านหลังก็ผ่า 3 ครั้ง หน้าอกถึงสะดือแล้วให้คีโม หลังจากนั้นก็งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะเป็นมะเร็งชนิดร้าย เริ่มเป็นตั้งแต่ระยะแรก แพทย์ก็เรียกสามีและลูกมาบอกว่าให้ดูแลแม่ดีๆ อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน แต่ก็อยู่มาได้ 10 ปีแล้ว ในระยะ 10 ปี ก็ดูแลตัวเองมาตลอด พยายามศึกษาว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร ทั้งเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย ไม่เครียด ต่อมาระยะหลังมะเร็งก็งอกขึ้นมาอีก 7 ก้อน ก้อนละประมาณ 2 ซม. หมอก็ผ่าตัดอีก ตอนนี้ก็งอกขึ้นมาอีก 6 ก้อน ไม่รู้จะผ่าตัดได้หรือเปล่า หมอก็แนะนำให้ฉีดยาเข็มละ 4 แสน รวม 6 เข็ม เป็นเงิน 2.4 ล้าน ให้คิดดู”

นางศิริกุล ยังกล่าวอีกว่า “สาเหตุที่ไม่ไปรักษาต่อ แม้มีอาการปวด หมอก็ให้ยารักษาตามอาการ และกลับมาหาหมอแสงซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้าย เมื่อกินยาแล้วอาการก็ดีขึ้น ตื่นมากระชุ่มกระชวย หลับลึก หลับสบาย กินมา 3 – 4 เดือนแล้ว สังเกตอาการที่เคยเป็นมากว่า 10 ปี ก็รู้ว่าอาการดีขึ้น”

ขณะที่ นายชำนาญ อายุ 47 ปี ชาว อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตนเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย รักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ทีแรกหมอเอกซเรย์เจาะชิ้นเนื้อไปตรวจก็ยังไม่แน่ใจ เลยเจาะไขกระดูกไปตรวจ พบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 หมอก็รักษาตามขั้นตอน แล้วตนก็มาหันมากินยาหมอแสง ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่ง กินยามาแล้ว 5 เดือน ตอนนี้ค่ามะเร็งเป็น 0 ซึ่งหมอก็แปลกใจว่าทำไมหายเร็ว

ปริศนาหนุ่มขยันส่องกบขาย โดนยิงร่างพรุนนั่งพิงตอไม้

ตำรวจมืดแปดด้าน พบศพหนุ่มขยันทำมาหากิน ออกไปหากบตั้งแต่กลางดึก เช้าไม่กลับเข้าบ้าน ร่างถูกยิงพรุน เสียชีวิตกลางป่าอย่างเป็นปริศนา

(14 ต.ค.) ร.ต.อ.พุทธิชัย มินเสน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านสวน อ.เมืองสุโขทัย ได้รับแจ้ง มีคนถูกยิงเสียชีวิต อยู่กลางทุ่งนา ท้องที่ ม.8 ต.บ้านสวน อ.เมืองสุโขทัย จึงรายงาน พล.ต.ต.สมจิตร์ ทองแท่ง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย ทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มนตรี เบ้าทอง ผกก.สภ.บ้านสวน,พ.ต.ท.มนเทียน กระทงนรเศรษฐ์ รองผกก.(ป.) พ.ต.ท.สราวุธ ต่างใจรัก สว.(สส.), ชุดสืบสวน แพทย์จาก รพ.สุโขทัย และหน่วยกู้ภัย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่าง นายสัญญา อายุ 38 ปี สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงวอร์มสีน้ำเงิน เสียชีวิตอยู่ในลักษณะนั่งหงายหลังพิงกับตอไม้ มีบาดแผลถูกยิง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปืนลูกซอง คมกระสุนพุ่งเข้าที่กลางหน้าอกจำนวน 7 รู

ขณะที่ใกล้กันนั้น เจ้าหน้าที่พบข้องใส่กบและสวิงด้ามไม้ไผ่ยาวประมาณ 3 เมตรของผู้เสียชีวิตวางไว้อยู่ แพทย์ทำการตรวจชันสูตร คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า นายสัญญา เป็นคนขยันขันแข็ง มีอาชีพหากบหาปลาขาย ก่อนเกิดเหตุได้ออกจากบ้านไปหากบตั้งแต่ช่วง 3 ทุ่มคืนวันที่ 13 ตุลาคม ก่อนที่จะหายตัวไปตลอดทั้งคืน กระทั่งรุ่งเช้าญาติเห็นผิดสังเกต จึงช่วยกันออกตามหาก็มาพบกลายเป็นศพถูกยิงตายอยู่กลางทุ่งนาเสียแล้ว

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตั้งประเด็นการสังหารในครั้งนี้ ซึ่งจะได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวและเบาะแสเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มา sanook news

ลูกสาวคาใจ พ่อนอนห้อง CCU สายออกซิเจนหลุดจนเสียชีวิต

ลูกสาวคาใจ พยาบาลเวร รพ.ดังเมืองคอน ปล่อยให้สายออกซิเจนพ่อหลุด เสียชีวิตคาห้อง CCU

(9 ต.ค.) น.ส.เกศสุดา อายุ 42 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง เปิดเผยข้อข้องใจในการเสียชีวิตของ นายสมหมาย อายุ 74 ปี บิดาของตนผ่านสื่อ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ในการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลระดับจังหวัด โดยพยาบาลเวรแจ้งกับตนว่าพ่อตนอาการทรุดและเสียชีวิต เนื่องจากคุณพ่อเอามือปัดสายออกซิเจนออก จึงเป็นที่คาใจว่าในห้องซีซียู ที่มีพยาบาลเวรเฝ้าแล้วปล่อยให้คนไข้ปัดสายออกซิเจนออกได้ แล้วทำไม่ไม่ใส่กลับ

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากพ่อมีอาการหายใจติดขัด ไข้ขึ้น เนื่องจากมีแมลงมุมกัดที่ขา จึงนำส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ และแพทย์ได้ให้ออกซิเจนเพื่อนำตัวส่งต่อ เวลา 06.00 ได้เข้าห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นได้ส่งตัวไปห้องพักคนไข้เพื่อรอดูอาการ มีญาติเข้าไปเยี่ยมคุณพ่อก็ยังตอบสนองดีสอบถามอะไรก็รับรู้ได้ตลอด ต่อมาเวลา 16.00 น.อาการยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากหัวใจผิดปกติ จึงได้ถูกส่งตัวเข้าห้องซีซียู เพื่อรอฉีดสีตรวจสอบเส้นเลือดหัวใจ เวลา 20.00 น.หมดเวลาเยี่ยมคนไข้ตนและญาติจึงต้องออกมารอด้านนอกห้องซีซียูที่มีพยาบาลเวรดูแล

ต่อมาเวลา 07.00 น.วันที่ 5 ต.ค. ตนได้เข้าเยี่ยมคุณพ่อแต่พบว่าอาการทรุดหนักไม่ตอบสนองแล้ว จึงได้สอบถามพยาบาลเวรว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทราบว่าคุณพ่อเอามือปัดสายออกซิเจนหลุด ตนจึงถามว่าแล้วทำไมไม่ผูกมือพ่อไว้กับเตียง เพราะคนไข้ในห้องนี้ห้ามญาติเข้ามาดูแล แต่พยาบาลปล่อยให้คนไข้ปัดสายออกซิเจนหลุดได้อย่างไร

หลังจากนั้นพ่อตนก็อาการทรุดลง และมาเสียชีวิตลงในเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ต.ค. 2560 ทั้งๆที่คุณพ่อไม่ได้มีโรคประจำตัว และตนกับคนในครอบครัวได้สูญเสียเสาหลักไปอย่างไม่มีวันกลับ ตนต้องรับภาระเลี้ยงดูแม่ที่ป่วย และน้องสาวที่พิการ ตนไม่อยากออกมาเรียกร้องใดๆ เพียงแต่ขอให้พ่อของตนเป็นคนสุดท้าย ทั้งที่มีพยาบาลเวรเป็นผู้รับผิดชอบดูแลชีวิตคนไข้ในเวลานั้นแต่ปล่อยให้พ่อทำสายออกซิเจนหลุดแล้วไม่ได้ไปดูแล จนทำให้อาการทรุด และเสียชีวิตลง

ในเวลาต่อมา นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ในเบื้องต้นได้รับรายงานแล้ว แต่ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้แน่ชัดก่อน แล้วจะมีการแถลงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นการปัดสายออกซิเจนของคนไข้นั้น ไม่สามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ส่วนสาเหตุในการเสียชีวิตตามวิชาการแพทย์ต้องรอสรุปผลในการรักษา และผลชันสูตรออกมาอีกที ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

วิสามัญ! หนุ่มยิงเพื่อนไม่ยอมมอบตัว ถือระเบิดเตรียมขว้างตำรวจ

วิสามัญหนุ่มมูเซอหลังชักปืนยิงเพื่อนบาดเจ็บ พยายามขว้างระเบิดใส่ตำรวจ ปมขัดแย้งยาเสพติด

(7 ต.ค.) พ.ต.อ.ธนัตถ์สันต์ เมืองอินทร์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรแม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ หมู่ 1 ต.กึ้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังจากเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ ได้รับแจ้ง มีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อไปตรวจสอบก็พบ ผู้บาดเจ็บคือ นายตุ๊บี อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ สัญชาติพม่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองที่บริเวณขาขวา อาการสาหัส ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนบ้านชาวมูเซอใกล้บ้านของนายพนาดร ที่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ หมู่ 1 ต.กึ้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม

หลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงยังบ้านที่เกิดเหตุก็พบ นายจะกุ๋ย อายุ 44 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ สัญชาติเมียนมา พ่อค้าเฮโรอีนรายใหญ่ของบ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ยืนถือปืนลูกซองและลูกระเบิดชนิดขว้าง อยู่หน้าบ้านพักไม่มีเลขที่ภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงพยายามเจรจาและเกลี่ยกล่อมให้นายจะกุ๋ยมอบตัว แต่นายจะกุ๋ยกลับทำท่าจะขว้างระเบิดใส่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยิงนายจะกุ๋ย เพื่อป้องกันตัวทำให้นายจะกุ๋ย เสียชีวิตทันที

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ก็พบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก และอาวุธระเบิดขว้างแบบจีนพร้อมใช้งานจำนวน 2 ลูก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า สาเหตุที่ชาวเขาเผ่ามูเซอใช้อาวุธปืนยิงกันจนบาดเจ็บ เนื่องจากขัดแย้งกันเรื่องการจำหน่ายเฮโรอีน โดยนายตุ๊บี ผู้บาดเจ็บ มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเฮโรอีน ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้สืบสวนเกี่ยวกับการแพร่ระบาดยาเสพติดชนิดเฮโรอีนในกลุ่มเยาวชน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และสืบสวนทราบว่ามีแหล่งจำหน่ายอยู่ที่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง โดยนายตุ๊บี และภรรยา เป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่

ส่วนเฮโรอีนที่นำมาจำหน่ายได้มาจากนายจะกุ๋ย ผู้ตาย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัตหมายจับนายตุ๊บี และนางน้อง ภรรยานายตุ๊บี ในข้อหาร่วมกันครอบครองเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีน และกำลังอยู่ระหว่างสืบสวนจับกุมตัว แต่เนื่องจากนายตุ๊บี และภรรยา พยายามจะติดต่อเอเย่นต์ที่ประเทศเพื่อนบ้านโดยตรงเพราะไม่ต้องผ่านการหักหัวคิวจากนายจะกุ๋ย จนสร้างความไม่พอใจให้กับนายจะกุ๋ย และได้มาตกลงกับนายตุ๊บี แต่คุยกันไม่รู้เรื่องจึงใช้อาวุธปืนยิงนายตุ๊บีได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจึงรอดชีวิต และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลถึงเครือข่ายที่ร่วมขบวนการ เพื่อสาวถึงตัวการใหญ่ที่เป็นเอเย่นรายใหญ่ในพื้นที่ต่อไป

ขอบคุณที่มา sanook news

บิ๊กไบค์ไล่ตามกลางดึก นศ.สาวบิดหนีสุดชีวิต เสียหลักล้มเจ็บสาหัส

บิ๊กไบค์ขับตามประกบนักศึกษาสาวกลางดึก เจ้าตัวบิดหนีสุดชีวิตก่อนเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บสาหัส พ่อวอนตำรวจเร่งไล่ล่า หวั่นไปก่อเหตุไม่ดีกับคนอื่นอีก

(3 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของ จ.ขอนแก่น เกิดอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บอากาสาหัส หลังพยายามขับรถหลบหนีการถูกตามประกบจากผู้ไม่หวังดี โดยขณะนี้เข้ารับการรักษาอยู่ที่ อาคารศัลยกรรมกระดูกและข้อ รพ.ศูนย์ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับพบกับ นายศุภโชติ อายุ 52 ปี ที่กำลังคอยดูอาการของ น.ส.ณัฐริกา อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศรีปทุมขอนแก่น โดยจากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ณัฐริกา ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ตามตัวหลายแห่ง แขนซ้ายหัก จมูกแตก ปากแตก กรามหัก ตาสองข้างช้ำเลือด ขาขวาหัก

นายศุภโชติ กล่าวว่า ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเรื่องช่วงเวลาประมาณ 00.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเพื่อนบ้านผ่านไปพบเจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเห็นว่านามสกุลเดียวกัน จึงได้รีบออกไปดูจึงรู้ว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกสาวของตนเอง จึงได้รีบนำตัวส่ง รพ.ขอนแก่น เพื่อช่วยชีวิตและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ขณะที่จากการสอบถามลูกสาวทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ส่งเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน แล้วเสร็จ จึงได้ขับรถกลับบ้านพักใน โดยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ขณะนั้นมีผู้ชายขับขี่รถบิ๊กไบค์ สีฟ้า-เทา ไล่ตามประกบ โดยมารู้ตัวเมื่อขับรถขึ้นเส้นทางสายหลักสายเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ เยื้อง บ.เอสซีจี โซลูชั่น โดยพบว่าเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี รูปร่างสันทัด ไม่สวมหมวกกันน็อค

จังหวะนั้นคนขับรถบิ๊กไบค์ ได้ขับขี่รถเข้ามาประกบข้างจากทางด้านท้าย และตะโกนสั่งให้หยุดรถ ลูกสาวจึงได้จอดรถเนื่องจากคิดว่าเป็นเพื่อนที่ขับรถตามมาส่ง พร้อมทั้งสอบถามไปว่าพี่มีอะไรคะ แต่ชายคนดังกล่าวไม่พูดพร้อมกับเดินเข้ามาในลักษณะต้องสงสัยคล้ายกับจะเกิดเหตุการณ์การร้าย ลูกสาวเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ขับบิ๊กไบค์ไล่ตามประกบ จนกระทั่งเสียหลักล้มตกลงข้างทางได้รับบาดเจ็บสาหัส และชายคนที่ขับรถบิ๊กไบค์ตามประกบได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

นายศุภโชติ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นโชคดีที่ลูกสาวสวมหมวกกันน็อคจึงทำให้รอดชีวิตและศีรษะไม่เกิดการกระทบกระแทก และขณะนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะถ้าคนขี่บิ๊กไบค์ไม่ขี่รถไล่ตาม ลูกสาวคงไม่ประสบอุบัติเหตุ บาดเจ็บสาหัสเช่นนี้